แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวท้องถิ่น แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567

thumbnail

หนุ่มเคนโจ สอนรำดาบฟรี สืบสานตำนานรำดาบล้านนา เด็กแห่เรียน

 

วันที่ 25 ก.พ.2567 ที่บริเวณหลังอนุสาวรีย์พ่อขุนเม็งรายมหาราช ได้มีหนุ่มจิตอาสาได้นำพาเด็กเล็ก มาร่ายรำกระบวนท่าต่างๆของการฟ้อนดาบ ซึ่งก็มีเด็กเล็กราว 20 กว่าคน ที่มีผู้ปกครองสนใจ มาส่งเด็กๆเรียน ซึ่งทางผู้ปกครองรู้สึกดี ที่ยามว่างของเด็กๆได้มาเรียน สืบทานวัฒนธรรมการร่ายรำดาบ

ด้านนายเจษฎา อภัยโรจน์ (เคนโจ) อายุ 35 ปี เผยว่า การชักชวนเด็กมาเรียนครั้งนี้ เป็นการสอนเรียนท่าฟ้อนดาบฟรี ที่ให้เรียนฟรีไม่คิดเงินถือเป็นการชักชวนและจูงใจเด็กและผู้ปกครองให้พากันมาเรียนมากๆ หากมีการคิดเงินค่าเรียนค่าสอน ทั้งเด็กและผู้ปกครองจะไม่มา จึงได้กุศโลบายขึ้นมา

ทั้งนี้ในการเรียนฟ้อนรำดาบที่หลังอนุสาวรีย์พ่อขุนนั้น เพื่อให้เด็กๆที่มาเรียนมีการฮึกเหิม ในการเรียนและเดินตามมีเจตจำนง ตามรอบบรรพบุรุษ และเด็กจะได้ทำออกมาดี  ทั้งนี้ที่มีความตั้งใจอยากจะสืบสานตำนานการฟ้อนรำ เพื่อไม่ให้สูญสลายไป และเป็นการช่วยอนุรักษ์สืบถอดต่อๆไป ปลูกฝังจิตใต้สำนึก  อีกทั้งที่ดีคือเด็กจะไม่มีเวลาว่างไปเล่นเกม-โทรศัพท์ ในย่ามว่าง เอาเวลามาสนใจกับการฟ้อนรำฟันดาบ

ซึ่งตนเองตามหลังก็มีความชอบเรื่องฟันดาบเป็นทุนอยู่แล้ว ช่วงวัย 12 ปี ก็ได้เริ่มฝึกซ้อมเรียนฟ้อนรำฟันดาบมาอยู่แล้ว จึงอยากจะมาถ่ายถอด และปัจจุบันเป็นช่างภาพอิสระ และไปรับจ้างฟ้อนรำดาบตามงานประเพณีที่สำคัญอยู่แล้ว จึงอยากจะเชิญชวนท่านที่มีบุตร-หลาน มาเรียนฟรีได้ ตั้งแต่เวลา





ที่มา: 77kaoded.com

วันเสาร์ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2566

thumbnail

ทลายแก๊งชาวจีนพร้อมคนไทย เช่าตึกกลางเมืองเชียงราย ตั้งคอมฯหลอกทำบุญออนไลน์.

  

ทลายแก๊งชาวจีนพร้อมคนไทย เช่าตึกกลางเมืองเชียงราย ตั้งคอมฯหลอกทำบุญออนไลน์.

วันที่ 3 มิ.ย.66 เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.ภ.5 ภ.จว.เชียงราย สภ.เมืองเชียงราย ด่านตรวจคนเข้าเมืองเชียงราย  ภายใต้การอำนวยการของ  พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย ผบช.ภ.5 พล.ต.ต.วรพงศ์ คำลือ ผบก.สส.ภ.5 พล.ต.ต.ดุลย์เดชา อาชวะสมิตระกูล ผบก.ภ.จว.เชียงราย พ.ต.อ.เขมชาติ วัฒนนภาเกษม ผกก.ตม.จว.เชียงราย พ.ต.อ.โสภน ม่วงเฟื่อง ผกก.สภ.เมืองเชียงราย ได้ร่วมกันจับกุม นาย จู ฮ่วยเซี่ยง พร้อมพวกรวมทั้งหมด 12 คน ในความผิดฐาน ซ่องโจร,ฉ้อโกงประชาชน และ นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ส่วนคนจีนที่เป็นนายจ้างไม่มีหลักฐานการเดินทางเข้าประเทศไทยนั้น อยู่ระหว่างการตรวจสอบ หากพบว่าได้เข้าประเทศมาโดยผิดกฎหมายจะถูกดำเนินคดีเพิ่มเติมและนำส่ง ตม.เพื่อผลักดันตามกฎหมาย


โดยการจับกุมครั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบทราบว่ามีกลุ่มคนจีนได้ใช้อาคารพาณิชย์แห่งหนึ่งในตัวเมืองเชียงรายเป็นสถานที่ทำงาน ในลักษณะเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และหลอกลวง ทำบุญทางโซเชียลมีเดีย เจ้าหน้าที่จึงได้ ออกติดตาม จนกระทั่ง ทราบเครือข่ายดังกล่าว จึงได้นำหมายค้นศาลจังหวัดเชียงราย ที่ ค.168/66 เข้าตรวจค้นที่บ้านเลขที่ 231 ม.5 ต.รอบเวียง อ.เมือง จ.เชียงราย 


เมื่อไปถึงพบว่าภายในมี คนไทย และคนจีนรวมกันจำนวน 12 คน กำลังนั่งทำงานรวมกันอยู่โดยมีคอมพิวเตอร์เรียงกันอยู่จำนวนมาก  เมื่อเข้าไปถึงเจ้าหน้าที่ ได้ทำการควบคุมตัวและตรวจสอบคอมพิวเตอร์พบว่า ทั้งหมดเป็นพนักงานคอลเซ็นเตอร์ มีหน้าที่ทำเฟซบุ๊กปลอมแชทกับบุคคลทั่วไป โดยมีการสมัครเฟซบุ๊กปลอม ให้มีโปรไฟล์ดี หน้าตาดี และทำกลุ่มในโปรแกรมเฟซบุ๊กชื่อ ทำบุญออนไลน์ และเพจทัวร์บุญ พนักงานคนไทยจะใช้โปรไฟล์ปลอมเข้าไปคุย ไปกดไลด์ในกลุ่มดังกล่าว เพื่อเป็นการล่อเหยื่อที่เข้ามาเกิดความเชื่อถือ และพูดคุยกับเหยื่อในแนวทางชู้สาวจนสนิทใจกันแล้ว จะหลอกเหยื่อที่เข้ามาคุย ให้โอนเงินทำบุญตามสถานที่ต่างๆ และให้ดาวโหลดแอพพลิเคชั่น APP.SHAOXIANG.CFD ซึ่งมีการเอาภาพสถานที่ศักดิ์สิทธิต่างๆในจังหวัดเชียงรายเอามาใส่ในแอพพลิเคชั่น เพื่อหลอกให้คนทำบุญออนไลน์ด้วย และจากนั้น จะหลอกคุยกับเหยื่อเรื่อยๆ เพื่อหลอกให้โอนเงินเข้าแอพพลิเคชั่น โดยผ่านบัญชีธนาคาร(บัญชีม้า) ซึ่งจะมีคนจีนคอยใช้คอมพิวเตอร์ควบคุมดูแลหลังบ้านของแอพพลิเคชั่นดังกล่าว


 

หลังจากทำการสอบสวนเบื้องต้นแล้วทางเจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งให้กับพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย โดเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ทำการขยายผลการจับกุมสู่ผู้รับจ้างเปิดบัญชีม้า ซิมโทรศัพท์ม้า ผู้ให้การช่วยเหลือ ผู้สนับสนุนในการกระทำความผิด และผู้สั่งการต่อไป.////

วันศุกร์ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2566

thumbnail

ตำรวจป้อมยามท่าข้าวเปลือกประสบอุบัติเหตุขับรถสายตรวจนำผู้ต้องหาส่ง สภ.แม่จัน


 ตำรวจป้อมยามท่าข้าวเปลือกประสบอุบัติเหตุขับรถสายตรวจนำผู้ต้องหาส่ง สภ.แม่จัน ระหว่างเดินทางกลับประสบเหตุชนรถบรรทุกเสาไฟฟ้า บ้านบ่อก้าง ต.จอมสวรรค์ ทำให้ตำรวจเสียชีวิต 2 นาย 

เจ็บ 1 นาย ต่อมาเสียชีวิตทีโรงพยาบาล

วันนี้เวลาประมาณ 19:15 น แม่จัน.40 ได้รับแจ้งเเหตุ 

เกิดอุบัติเหตุกับรถตำรวจ จนถึงแก่เสียชีวิต

 เป็น จนท.สายตรวจตำบลท่าข้าวเปลือก 

ขณะขับรถกลับที่ตั้ง  หลังนำตัวผู้ต้องหาส่ง 

สภ.แม่จัน. เพื่อดำเนินคดี  แต่ระหว่างกลับได้

ประสบเหตุ ว. 40 (อุบัติเหตุ)ชนกับรถยนต์

บรรทุกเสาไฟฟ้า 

เป็นเหตุให้ตำรวจเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 2 ราย คือ 

1. ดต. เรืองฤทธิ์ ธุวะคำ  2.ดต.จงกล ศรีกันทะ 

ได้รับบาดเจ็บ 1 นายคือ ดต.พิชยพล จันทร์ต๊ะ 

ซึ่งต่อมาได้เสียชีวิตที่โรงพยาบาล 

รถยนต์ตำรวจเสียหาย 1 คัน 

 เหตุเกิดถนนสายแม่จัน-เชียงแสน ขาขึ้น

เขตบ้านบ่อก้าง ต.จอมสวรรค์ อ.แม่จัน จ.เชียงราย

ขอแสดงความเสียใจกับทางครอบครัว

มา ณ ที่นี้.






วันอาทิตย์ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2566

thumbnail

เที่ยงคืนที่ผ่านมา (1 ธ.ค.65 ) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านดู่ อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย และหน่วยกู้ภัย

 


🗯️‼️เก๋งชนกับรถจักรยานยนต์ไฟลุกไหม้เสียชีวิต 3 ราย

เที่ยงคืนที่ผ่านมา (1 ธ.ค.65 ) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านดู่ อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย และหน่วยกู้ภัยสมาคมศิริกรณ์เชียงรายบรรเทาสาธารณภัย ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบนถนนพหลโยธิน 4 ช่องจราจรขาเข้าเมือง พื้นที่หมู่ 1 ต.ริมกก อ.เมืองเชียงราย จึงไปตรวจสอบพบเป็นเส้นทางตรง แต่พบรถยนต์รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อมาสด้า สีขาว หมายเลขทะเบียน 2 ขฬ 5004 กรุงเทพฯ สภาพชนเข้ากับป้ายโชว์รูมรถยนต์ ที่ตั้งอยู่ติดถนนสายดังกล่าวจนด้านหน้าพังยับเยิน นอกจากนี้พบว่าไฟยังได้โหมลุกไหม้รถอย่างหนัก จนทำให้ผู้ทีติดอยู่ในรถทั้งคนขับและคนโดยสารไปด้วยเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ทราบชื่อต่อมาว่า น.ส.กาญจนา อายุ 35 ปี อาศัยอยู่ ต.รอบเวียง อ.เมืองเชียงราย และ น.ส.กรวรรณ ายุ 35 ปี อาศัยอยู่ ต.รอบเวียง อ.เมืองเชียงราย เจ้าหน้าที่จึงได้ระดมฉีดพ่นน้ำเพื่อดับไฟจนสงบพบว่าทั้งคู่ถูกไฟไหม้จนจำสภาพเดิมไม่ได้



จากการตรวจสอบบนถนนห่างออกไปประมาณ 10 เมตร พบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า สีแดงดำ หมายทะเบียน กษย 47 พะเยา สภาพล้มและเสียหายยับเยินโดยมีแบตเตอรี่ของรถยนต์เก๋งกระเด็นมาตกอยู่ใกล้กันด้วย ส่วนคนขับรถจักรยานยนต์พบว่าเสียชีวิตแล้วชื่อว่านายกิตติพงษ์ อายุ 27 ปี อาศัยอยู่ ต.ควร อ.ปง จ.พะเยา สภาพมีบาดผลทั่วตัวและศีรษะเพราะกระเด็นไปตกอยู่ในร่องน้ำข้างทางเจ้าหน้าที่จึงนำศพทั้ง 3 คนส่งโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์


จากการสอบถามผู้พบเห็นเหตุการณ์ทราบว่าก่อนหน้านั้นรถยนต์เก๋งและรถจักรยานยนต์ได้เกิดเหตุชนกันก่อนที่จะถึงหน้าโชว์รูมรถยนต์ โดยลักษณะรถยนต์เก๋งขับมาด้วยความเร็ว และคาดว่าจะมีรถจักรยานยนต์ที่ถูกชนถูกลากติดมากับหน้ารถทำให้รถยนต์เก๋งเสียหลักพุ่งเข้าชนป้ายโชว์รูมดังกล่าว จากนั้นได้เกิดไฟลุกไหม้คลอกคนในรถทั้ง 2 คน ส่วนคนขับรถจักรยานยนต์ก็กระเด็นออกจากจุดเกิดเหตุก่อนที่จะเสียพร้อมรวม 3 คนดังกล่าว


เจ้าหน้าที่ตำรวจจะหาหลักฐานโดยเฉพาะกล้องวงจรเพื่อหาสาเหตุของการที่รถทั้ง 2 คันกลับมาชนกันในช่องทางเดียวกันอย่างรุนแรงเพื่อหาสาเหตุของอุบัติเหตุที่แท้จริงพร้อมแจ้งญาติผู้เสียชีวิตให้ทราบต่อไป


77จังหวัด  https://www.77jangwad.com/news/2697/

วันพุธที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2565

thumbnail

05.15 น. นาทีชีวิต เกิดอุบัติเหตุที่ บ้านท่าบันได ต.เวียงเหนือ อ.เวียงชัย กู้ภัยต้องใช้เครื่องตัด

 


🗯️📌 🚨05.15 น. นาทีชีวิต เกิดอุบัติเหตุที่ บ้านท่าบันได ต.เวียงเหนือ อ.เวียงชัย กู้ภัยต้องใช้เครื่องตัดถ่างช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ โดยสามารถนำร่างผู้บาดเจ็บ นำส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน! ผู้บาดเจ็บปลอดภัย🍂
❌ฝนตกถนนลื่น ใช้รถใช้ถนนด้วยความระมัดระวัง


🔴
ขอบคุณ
สมาคมศิริกรณ์เชียงรายบรรเทาสาธารณภัย 

วันจันทร์ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2565

thumbnail

ศอ.จอส.มทบ.37 ร่วมพิธีการมอบป้าย โครงการปรับสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัย สำหรับคนพิการ ประจำปี 2565

 


🗯️📌 ศอ.จอส.มทบ.37 ร่วมพิธีการมอบป้าย โครงการปรับสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัย สำหรับคนพิการ ประจำปี 2565


เมื่อวันที่ 27 ธ.ค.2565 พล.ต.ประพัฒน์ พบสุวรรณ ผบ.มทบ.37/ผอ.ศอ.จอส.พระราชทาน มทบ.37 มอบหมายให้ พ.อ.บุญญฤทธิ์ เกษตรเวทิน รอง ผบ. มทบ.37(1)/รอง ผอ.ศอ.จอส.พระราชทาน มทบ.37 ร่วมเป็นเกียรติในพิธีการมอบป้าย โครงการปรับสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัย สำหรับคนพิการ ประจำปี 2565 ซึ่งในห้วงที่ผ่านมา หน่วยได้จัดกำลังพลจิตอาสาพระราชทาน มทบ.37 ดำเนินการปรับปรุงซ่อมแซมบ้าน ให้แก่ น.ส. สุภาพร ภิญโญ ซึ่งเป็นผู้พิการทางการได้ยิน ณ บ้านเลขที่ 236 ชุมชนดอยเขาควาย ม. 24 ต.รอบเวียง อ.เมือง จ.เชียงราย โดยมี กอ.รมน.จ.ชร. เทศบาลนครเชียงราย และ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.เชียงราย ร่วมกิจกรรม.



วันพฤหัสบดีที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2565

thumbnail

นายกตู่ ลงพื้นที่เชียงราย 🟣 "บิ๊กตู่" ขอสปาใจ คุมอารมณ์หงุดหงิด สกัดพลังลบออกมาทำลายตัวเอง


 🗯️📌 นายกตู่ ลงพื้นที่เชียงราย 🟣 "บิ๊กตู่" ขอสปาใจ คุมอารมณ์หงุดหงิด สกัดพลังลบออกมาทำลายตัวเอง ‘ขอ’ทุกคนรัก-สามัคคี  เปิดมหกรรมสิ่งประดิษฐ์ไอซีทีนักเรียนไทย-ญี่ปุ่น ปลื้มเห็นความก้าวหน้าด้านการศึกษา ย้ำต้องปรับการเรียนการสอนให้รู้จักคิดให้เป็น ‘ยอมรับ’ตอนเด็กชอบเรียนวิทยาศาสตร์

เมื่อเวลา 09.40 น. ที่หอประชุมโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย เชียงราย ต.รอบเวียง อ.เมือง จ.เชียงราย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานเปิดงานมหกรรมสิ่งประดิษฐ์ไอซีทีของนักเรียนไทยและนักเรียนญี่ปุ่น Thailand-Japan Student ICT Fair 2022 (TJ-SIF 2022) โดยมี น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมช.ศึกษาธิการ ผู้บริหาร ครู นักเรียน จากกลุ่มโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย, สถาบันการศึกษาที่เน้นการเรียนการสอนทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, กลุ่มโรงเรียนวิทยาศาสตร์ชั้นนำจากประเทศญี่ปุ่น เข้าร่วมด้วย


โดยเมื่อนายกรัฐมนตรี เดินทางถึงมีการแสดงต้อนรับชุด " Season of Color" ซึ่งเป็นการแสดงจินตลีลาผสมผสานกับหุ่นยนต์ โดยนักเรียนโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย จากนั้นนายกฯรับฟังการนำเสนอโครงงานจากนักเรียนญี่ปุ่นและนำเสนอโครงงานโดยนักเรียนโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ต่อจากนั้น Mr. OBA Yuichi รองหัวหน้าคณะผู้แทนทางการทูต อัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย กล่าวแสดงความยินดีในนามของรัฐบาลญี่ปุ่น ก่อนนายกฯรับฟังรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน และมอบโล่ให้กับผู้สนับสนุนและนักเรียน จำนวน 9 ราย 


พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนเดินทางมากับรัฐมนตรีหลายคน ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของการศึกษา การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เพื่อให้ก้าวทันต่อโลกยุคปัจจุบันและอนาคต ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลพยายามดำเนินการอย่างเต็มที่ วันนี้อยากจะบอกว่าดีใจและยินดีมากที่มีโอกาสได้กลับมาตรงนี้และได้มาเห็นถึงความก้าวหน้าและความตั้งใจของบุคลากรทางการศึกษาทั้งของไทย ในส่วนของรัฐบาล สถาบันการศึกษา 


โดยเฉพาะเพื่อนของเราจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งไทยและญี่ปุ่นมีความร่วมมือและมีความสัมพันธ์อันดีมาอย่างยาวนานกว่า 400 ปีในอดีต ซึ่งวันนี้ถือเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้นักเรียนได้นำเสนอแลกเปลี่ยนผลงานสิ่งประดิษฐ์นวัตกรรมและด้าน ICT สะท้อนให้เห็นถึงคุณภาพการจัดการศึกษาและคุณภาพของครูและนักเรียนทั้ง 2 ประเทศอย่างดียิ่ง ซึ่งผลงานในการประดิษฐ์ด้าน ICT ดังกล่าวยังส่งผลต่อการพัฒนาในอนาคต โดยเฉพาะนโยบายของรัฐบาลในการส่งเสริมระบบดิจิทัลและเทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ 


พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า อยากกล่าวถึงความรู้สึกของตัวเองในฐานะเป็นนายกรัฐมนตรีและเป็นหัวหน้ารัฐบาล ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเราพยายามอย่างเต็มที่ในการเตรียมการด้านการศึกษาให้ดีขึ้นเรื่อยๆ เพื่อให้เกิดทรัพยากรมนุษย์ที่มีขีดความสามารถสอดคล้องกับความต้องการของประเทศและความต้องการของโลกในปัจจุบัน วันนี้เราต้องปรับตัวทุกอย่างให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง เพราะโลกมีการเปลี่ยนแปลงทุกวันเราต้องปรับตัวเองให้สอดคล้องกับสถานการณ์โลก วันนี้เราอยู่ระหว่างรอยต่อระหว่างคนรุ่นเรา รุ่นตน รุ่นก่อน หรือรุ่นเยาวชนเด็กจนถึงเด็กเกิดใหม่ ทั้งหมดคือห่วงโซ่ด้านการศึกษาและห่วงโซ่ทรัพยากรมนุษย์ ทำอย่างไรให้ทุกอย่างก้าวหน้าทันต่อการเปลี่ยนแปลง ซึ่งวันนี้เปลี่ยนไปเยอะแล้ว


พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า สิ่งที่เราทำวันนี้เพื่อเตรียมการในอนาคต โดยเริ่มจากตัวเองก่อน เริ่มจากการเรียนรู้ การประยุกต์และเกิดกระบวนความคิดขึ้นมาว่าเราจะแก้ไขปัญหาได้อย่างไร ตนในฐานะเป็นอดีตนักเรียน ทุกคนในนี้ก็เป็นอดีตนักเรียนทั้งนั้น เพราะเรียนจบกันมาหมดแล้ว ตนเห็นแล้วยังนึกอยากกลับมาเรียนใหม่อีกรอบ เพราะสมัยก่อนเราไม่มีโอกาสแบบนี้การเรียนการสอนไม่ใช่แบบนี้ และสิ่งที่ตนไปต่างประเทศมาได้พบปะหารือกับมิตรต่างประเทศ ขอชื่นชมญี่ปุ่นที่เป็นประเทศหนึ่งที่เป็นมิตรกับเรามายาวนานหลายๆความร่วมมือที่เกิดขึ้นกับญี่ปุ่นมีมากมายมหาศาล ในหลายช่วงยุคและยุคต่อๆไป ขอขอบคุณประเทศญี่ปุ่นและคนญี่ปุ่นทุกคนเรามีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันและจะมีต่อไปยาวนานไม่มีวันสิ้นสุดด้วยความรักความปรารถนาดีที่มีให้กัน

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้เราต้องปรับการเรียนการสอนของเราให้รู้จักคิดคิดให้เป็นคิดไปสู่เป้าหมายที่ทุกคนต้องการ เราต้องการเปิดโลกในเรื่องการศึกษาของเราให้กว้างขึ้นคิดให้เป็น มีหลักคิด มีกระบวนการคิดและนำไปสู่เป้าหมายที่เราต้องการ ซึ่งวันนี้เราต้องการแรงงานจำนวนมากในเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ต้องมีความรู้ อย่างน้อยต้องทำงานร่วมกับเครื่องมือเครื่องจักรได้วันหน้าต้องทำงานกับหุ่นยนต์ได้ ซึ่งต้องการแรงงานที่มีขีดความสามารถ ฝากกระทรวงการศึกษาด้วย ซึ่งเข้าใจดีถึงความยากง่ายในการดำเนินการสิ่งเหล่านี้ แต่หลายปีที่ผ่านมาเรามีการพัฒนาตามลำดับแต่ต้องเร่งขึ้นไปอีกโดยรัฐบาลจำเป็นต้องหาทางสนับสนุนพุ่งเป้าในการแก้ปัญหา  ไม่เช่นนั้นก็จะไปไม่ทันการณ์ วันนี้เราต้องเรียนรู้ซึ่งกันและกันการเรียนรู้ไม่มีวันสิ้นสุด

"ผมจำได้สมัยเด็กๆ ผมชอบเรียนวิทยาศาสตร์ แม้จะไม่ใช่โรงเรียนที่มีชื่อเสียงแบบพวกท่าน ซึ่งวิทยาศาสตร์สอนให้เรารู้จักคิด ส่วนใหญ่เป็นวิทยาศาสตร์ธรรมชาติทั้งสิ้น สมัยก่อนทุกประเทศในโลกใบนี้เรียนรู้จากวิทยาศาสตร์ธรรมชาติทั้งสิ้น แต่เมื่อทุกอย่างเปลี่ยนแปลงทุกคนก็เริ่มคิดว่าวิทยาศาสตร์ธรรมชาติมาเป็นวิทยาศาสตร์ประยุกต์ได้อย่างไร เช่น ทำอย่างไรสว่างไม่มืดทั้งวันทั้งคืน ทำอย่างไรไม่ให้หนาว ทำอย่างไรไม่ให้ได้รับผลกระทบจากปรากฏการณ์ธรรมชาติ จึงนำมาสู่การเป็นวิทยาศาสตร์ประยุกต์ แก้ไขจากวิทยาศาสตร์ธรรมชาติไม่ให้เกิดขีดจำกัดในการคิด วันนี้โลกไปไกลกว่านั้นแล้วไปเรื่องเทคโนโลยรงี การใช้นวัตกรรม ใช้ดิจิทัล ICT ต่างๆ วันนี้ผมดีใจที่เห็นเด็กๆ ทุกคนแสดงออกด้วยความมั่นใจว่าเราทำได้อยากให้เป็นจุดเริ่มต้นในการส่องประกายให้โรงเรียนต่างๆได้พัฒนาตัวเอง"นายกฯ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตามเราจะทำทั้งหมดพร้อมกันไม่ได้ในเวลาเดียว แต่จะสร้างการเรียนรู้เหล่านี้ไปยังโรงเรียนอื่นๆ ให้มีการเตรียมความพร้อมได้อย่างไร ทั้งนี้ตนจำได้ว่าคำว่า 4.0 ตนได้หยิบหนังสือมาเล่มหนึ่งที่เขียนว่าอุตสาหกรรม 4.0 ตนได้เปิดอ่านดู ตอนนั้นเพิ่งเป็นนายกฯ ใหม่ๆคิดว่าคำนี้มันดี จึงกำหนดขึ้นเป็นนโยบายของรัฐบาลเรื่องไทยแลนด์ 4.0 นี่เป็นสิ่งที่ได้จากการเรียนรู้และการอ่าน สิ่งต่างๆเหล่านี้ทุกคนมีพลังในตัวอยู่แล้ว สำคัญว่าจะเอาออกมาอย่างไร ความรักความชอบ ซึ่งบางคนเรียนจะจบแล้วยังไม่รู้ ดังนั้นทุกคนต้องมีจุดมุ่งหมาย 

"สิ่งที่ดีใจอีกเรื่อง ซึ่งเดี๋ยววันนี้จะให้โหลด App สปาใจให้นายกฯ ด้วย ทำอย่างไรไม่ให้หงุดหงิดไม่ปวดหัวทั้งวันซึ่งมันต้องสปาใจสักหน่อยแล้ว ถ้าวัดคงเกินร้อยแน่เลยฉัน เพราะงานมันเยอะ ทำอย่างไรจะไม่ให้ส่งพลังลบออกมาแล้วทำลายตัวเอง วันนี้ผมเห็นรอยยิ้ม เห็นทุกคนมีความสุขผมก็มีความสุขด้วย เมื่อวานผมไปใต้สุดไปสงขลาพัทลุงเยี่ยมอุทกภัยน้ำท่วมนั่นก็อีกมุมหนึ่งของคนไทยของเราจำเป็นต้องได้รับการพัฒนาทุกจังหวัด วันนี้มาเหนือสุด สิ่งที่ผมต้องทำ เอาเหนือสุด ใต้สุด ตะวันออก ตะวันตกและทั้งหมดรวมเป็นพลังเข้มแข็งขึ้น ประเทศไทยมีโอกาสมากพอสมควร เราต้องร่วมแรงร่วมใจ ร่วมรัก ร่วมสามัคคีกันในการขับเคลื่อนประเทศไทย เพราะประเทศไทยไม่ได้เป็นของใคร แต่เป็นของพวกเราทุกคนที่อยู่มายาวนานหลายร้อยปีมาแล้วจนถึงปัจจุบัน เราต้องรักษาไว้และทำให้ดีขึ้น เป็นแผ่นดินที่มีคุณค่า มีแกนหลักสำคัญ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เป็นหลักชัยเป็นหลักนำทางของพวกเราทุกคน"พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ เดินทักทาย และถ่ายรูปกับบรรดานักเรียนทั้งไทยและญี่ปุ่นอย่างเป็นกันเอง โดยตลอดเส้นทางนายกรัฐมนตรีมีอารมณ์ดี ทำสัญลักษณ์มือไอเลิฟยู และส่งมินิฮาร์ทให้กับนักเรียนและบุคลากรการศึกษา

ก่อนที่จะเยี่ยมชมนิทรรศการสิ่งประดิษฐ์ไอซีทีระบบบำบัดน้ำเสียอัจฉริยะของนักเรียน การพัฒนาเกมส์ของนักเรียนไทยและนักเรียนญี่ปุ่น และเยี่ยมชมนิทรรศการโครงงานแบบโปสเตอร์ของนักเรียนไทยและนักเรียนญี่ปุ่น และผลงานและนวัตกรรมด้านไอซีทีของมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงและมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 

https://www.77jangwad.com/news/2654/